Skip to content

Tag «ฝรั่งเศส»

ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ฝรั่งเศส พลิกชนะ เบลเยี่ยม สุดระทึก 3-2

ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก

ผลการแข่งขัน ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ เพื่อหาผู้ชนะไปพบกับทีมชาติสเปนที่ไปยืนรออยู่ก่อนแล้ว ระหว่างทีมตราไก่”ฝรั่งเศส”กับปีศาจแดงแห่งยุโรปทีมชาติ”เบลเยี่ยม” ปรากฏว่าเหล่าขุนพลเลอเบลอส์พลิกนรก จากการที่ถูกยิงนำไปก่อนในครึ่งแรกถึง 0-2 กลับมายิงแซงครึ่งหลังรวดเดียวสามลูกเอาชนะไปได้ 3-2 เดินหน้าเข้าไปชิงชนะเลิศกับสเปนต่อไป รายละเอียดของการแข่งขัน ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก โดยการแข่งขันของคู่นี้มีขึ้นเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม ที่สนาม“ยูเวนตุส สเตเดี้ยม” ประเทศอิตาลี ทางด้านทีมปีศาจแดงแห่งยุโรป”เบลเยี่ยม” แดนกลางนำทัพโดย”เควิน เดอบรอยด์”,ส่วนแดนหน้ามี”เอเเด็น อาซาร์”และดาวยิงเจ้าของสถิติยิงประตูสูงสุดของทีมชาติ”โรเมลู ลูกากู” ทางด้านทีมตราไก่ส่งบรรดาดาวดังลงสนามกันครบ ทั้ง”คิเลียน เอ็มปัปเป้”,”อองตวน กรีซมันน์”,ดาวยิงสุดฮ็อทเวลานี้”คาริม เบนเซม่า”ในแดนหน้า ส่วนกลางสนามมีจอมแอสซิสต์ของพรีเมียร์ลีก อังกฤษเวลานี้”พอล ป๊อกบา”ร่วมประสานงานกับ”อาเดรียง ราบิโอต์” เริ่มเกมในครึ่งเวลาแรก เป็นทางด้านปีศาจแดงแห่งยุโรปที่ทำได้ดีกว่า และเป็นฝ่ายทำประตูขึ้นนำไปได้ก่อนถึง 2 ลูกจาก”ยันนิก การ์ราสโซ่”ปีกฝีเท้าจัดจาก”แอตเตลิโก้ มาดริด” ในนาทีที่ 37 และ“โรเมลู ลูกากู” มาซัดลูกที่ 2 ได้นาทีที่ 40 จบครึ่งแรกจึงเป็นทาง”เบลเยี่ยม”ที่ขึ้นนำ”ฝรั่งเศส”อยู่ถึง 2-0 ครึ่งหลัง”ดีดีเย …

ฝรั่งเศส “ทีมตราไก่” คืนฟอร์มเก่ง

ฝรั่งเศส ชนะ

     หลังจาก ทีม ฝรั่งเศส ไร้ชัยชนะต่อเนื่องมา 5 นัดติด จนใครต่อหลายคนออกมาบอกว่าอีกไม่นานน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นในรั้วทีมชาติตราไก่อย่างแน่นอน พูดง่าย ๆ คืออาจถึงเวลาเปลี่ยนผู้นำ จากผู้จัดการทีมคนเดิม”ดิดิเยร์ เดอชองส์ “ไปเป็นใครคนอื่น เพื่อช่วยฉุดทีมขึ้นมา แต่แล้วล่าสุดเหล่าขุนพลแชมป์โลกฝรั่งเศสก็หวนกลับสู่ฟอร์มเก่งได้ทันท่วงที พวกเขาสามารถเปิดบ้านเอาชนะทีมชาติฟินแลนด์ไปได้ด้วยสกอร์สองประตูต่อศูนย์          โดยนัดนี้เป็นการลงสนามนัดที่หกในโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกลุ่มดี “เดอซองส์”ได้ปรับแผนการเล่นมาเป็นสูตร 3-5-2 โดยใส่กองหน้าลงมาถึงสามคนได้แก่ อองตวน กรีซมันน์,คาริม เบนเซมม่า,แอนโทนี มาร์กซิยาล ซึ่งการปรับแผนนี้ก็ดูเหมือนจะได้ผล ทีมตราไก่เป็นฝ่ายครองเกมส์ได้เหนือกว่าผู้มาเยือนอย่างเห็นได้ชัด จนมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0จากฝีเท้าของ”อองตวน กรีซมันน์”จากการแอสซิสต์ให้ของ”คาริม เบนเชมม่า “ ในนาทีที่ 25 และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้      ครึ่งหลังก็ยังเป็นฝ่ายเจ้าบ้านที่ดาหน้าบุกใส่ทีมเยือน และใช้เวลาไม่นานพวกเขาก็สามารถทำประตูที่สองได้ในนาทีที่ 53 จาก”กรีซมันน์”คนเดิม จนหมดเวลาการแข่งขัน ไม่มีฝ่ายไหนทำประตูเพิ่มได้อีก จึงเป็นฝรั่งเศสที่สามารถกำชัยไปได้ด้วยสกอร์ 2-0 จากชัยชนะนัดนี้ น่าจะส่งผลให้ ฝรั่งเศส ทั้งผู้จัดการทีมและเหล่านักเตะหายใจโล่งอกเลยทีเดียว เพราะก่อนหน้านั้นอย่างที่รู้ ๆ กันว่าพวกเขาอยู่ในช่วงเวลาที่ย่ำแย่ ไม่สามารถเอาชนะใครได้มาถึงห้านัดติดต่อกัน อีกทั้งในรายของดาวยิง”อองตวน กรีซมันน์”นั้นถือว่าการที่ยิงได้สองประตูในนัดนี้น่าจะช่วยเรียกความมั่นใจส่วนตัวกลับคืนมาได้มากพอสมควร หลังจากอยู่ในฟอร์มการเล่นที่ไม่ดีนักในช่วงเปิดฤดูกาลกับต้นสังกัดเดิม”บาร์เซโลน่า”จนต้องย้ายกลับมาสู่”แอตเตลิโก มาดริด”อีกครั้งในช่วงแทบจะนาทีสุดท้ายก่อนที่ตลาดซื้อขายจะปิดตัวลง        และนอกจากเรื่องขวัญและกำลังใจแล้ว พวกเขายังสามารถรักษาตำแหน่งจ่าฝูงของกลุ่มนี้ไว้ได้ต่อไป ด้วยผลงานลงเตะหกนัด ชนะสาม เสมอสาม ไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับใคร ยิงได้แปดเสียสาม มีผลต่างประตูได้เสียอยู่ที่ห้าลูก มีคะแนน 12 คะแนน นำห่างรองจ่าฝูงทีมชาติ”ยูเครน”ที่พึ่งลงเตะห้านัด เสมอรวดมีเพียงห้าแต้ม อยู่ถึงเจ็ดคะแนน ก็เรียกว่าหนทางไปสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งต่อไปที่ประเทศการ์ตาร์ดูสดใสมากทีเดียว …