Skip to content

Monthly archives: September, 2021

ฝรั่งเศส “ทีมตราไก่” คืนฟอร์มเก่ง

ฝรั่งเศส ชนะ

     หลังจาก ทีม ฝรั่งเศส ไร้ชัยชนะต่อเนื่องมา 5 นัดติด จนใครต่อหลายคนออกมาบอกว่าอีกไม่นานน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นในรั้วทีมชาติตราไก่อย่างแน่นอน พูดง่าย ๆ คืออาจถึงเวลาเปลี่ยนผู้นำ จากผู้จัดการทีมคนเดิม”ดิดิเยร์ เดอชองส์ “ไปเป็นใครคนอื่น เพื่อช่วยฉุดทีมขึ้นมา แต่แล้วล่าสุดเหล่าขุนพลแชมป์โลกฝรั่งเศสก็หวนกลับสู่ฟอร์มเก่งได้ทันท่วงที พวกเขาสามารถเปิดบ้านเอาชนะทีมชาติฟินแลนด์ไปได้ด้วยสกอร์สองประตูต่อศูนย์          โดยนัดนี้เป็นการลงสนามนัดที่หกในโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกลุ่มดี “เดอซองส์”ได้ปรับแผนการเล่นมาเป็นสูตร 3-5-2 โดยใส่กองหน้าลงมาถึงสามคนได้แก่ อองตวน กรีซมันน์,คาริม เบนเซมม่า,แอนโทนี มาร์กซิยาล ซึ่งการปรับแผนนี้ก็ดูเหมือนจะได้ผล ทีมตราไก่เป็นฝ่ายครองเกมส์ได้เหนือกว่าผู้มาเยือนอย่างเห็นได้ชัด จนมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0จากฝีเท้าของ”อองตวน กรีซมันน์”จากการแอสซิสต์ให้ของ”คาริม เบนเชมม่า “ ในนาทีที่ 25 และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้      ครึ่งหลังก็ยังเป็นฝ่ายเจ้าบ้านที่ดาหน้าบุกใส่ทีมเยือน และใช้เวลาไม่นานพวกเขาก็สามารถทำประตูที่สองได้ในนาทีที่ 53 จาก”กรีซมันน์”คนเดิม จนหมดเวลาการแข่งขัน ไม่มีฝ่ายไหนทำประตูเพิ่มได้อีก จึงเป็นฝรั่งเศสที่สามารถกำชัยไปได้ด้วยสกอร์ 2-0 จากชัยชนะนัดนี้ น่าจะส่งผลให้ ฝรั่งเศส ทั้งผู้จัดการทีมและเหล่านักเตะหายใจโล่งอกเลยทีเดียว เพราะก่อนหน้านั้นอย่างที่รู้ ๆ กันว่าพวกเขาอยู่ในช่วงเวลาที่ย่ำแย่ ไม่สามารถเอาชนะใครได้มาถึงห้านัดติดต่อกัน อีกทั้งในรายของดาวยิง”อองตวน กรีซมันน์”นั้นถือว่าการที่ยิงได้สองประตูในนัดนี้น่าจะช่วยเรียกความมั่นใจส่วนตัวกลับคืนมาได้มากพอสมควร หลังจากอยู่ในฟอร์มการเล่นที่ไม่ดีนักในช่วงเปิดฤดูกาลกับต้นสังกัดเดิม”บาร์เซโลน่า”จนต้องย้ายกลับมาสู่”แอตเตลิโก มาดริด”อีกครั้งในช่วงแทบจะนาทีสุดท้ายก่อนที่ตลาดซื้อขายจะปิดตัวลง        และนอกจากเรื่องขวัญและกำลังใจแล้ว พวกเขายังสามารถรักษาตำแหน่งจ่าฝูงของกลุ่มนี้ไว้ได้ต่อไป ด้วยผลงานลงเตะหกนัด ชนะสาม เสมอสาม ไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับใคร ยิงได้แปดเสียสาม มีผลต่างประตูได้เสียอยู่ที่ห้าลูก มีคะแนน 12 คะแนน นำห่างรองจ่าฝูงทีมชาติ”ยูเครน”ที่พึ่งลงเตะห้านัด เสมอรวดมีเพียงห้าแต้ม อยู่ถึงเจ็ดคะแนน ก็เรียกว่าหนทางไปสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งต่อไปที่ประเทศการ์ตาร์ดูสดใสมากทีเดียว …

4 สโมสร มูลค่าทีมสูงสุดในยุโรป แต่ละทีมน่ากลัวขนาดไหน?

4 สโมสร แมนยู

          ถ้าพูดถึง 4 สโมสร ยักใหญ่ถือได้ว่าความรวยสามารถซื้อได้ทุกอย่าง แต่สำหรับในวงการฟุตบอลแล้วนั้น ถึงแม้ว่าทีมจะมีมูลค่ามากมายขนาดไหน ก็ไม่สามารถเอาชนะความเป็นทีม หรือ ฟอร์มอันร้อนแรงของนักเตะคู่แข่งได้ ต่อให้ในทีมกว้านซื้อนักเตะราคาสูงจากทั่วโลกมาแล้วก็ตาม แต่สุดท้ายแล้ว ทีมที่จะประสบความสำเร็จได้ก็ขึ้นอยู่กับว่า สามารถจัดผู้เล่นได้ถูกทางหรือไม่นั่นเอง วันนี้เราจะขอพูดถึง 4 สโมสร ชั้นนำแห่งยุโรปที่มีมูลค่าทีมสูงที่สุด เริ่มจาก “แมนเชสเตอร์ ซิตี้” ,”ปารีส แซงก์ แชร์กแมง”,”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” และ ทีมสุดท้ายคือ “เชลซี” ที่ติดอันดับที่ 4 ได้ เช่นกัน ซึ่งแต่ละทีมจะมีความน่าสนใจในฤดูกาลนี้อย่างไร ไปดูกันเลยครับ  แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ แชมป์ที่ต้องป้องกัน           สำหรับมูลค่าทีมกว่า 1,040 ล้านยูโรนั้น ก็เป็นสิ่งที่การันตีว่า พวกเขามีนักเตะที่มีมูลค่าสูงมากมาย รวมไปถึงฝีเท้าที่ดีด้วย แน่นอนว่าสิ่งที่พิสูจน์พวกเขาก็คือ ดีกรีแชมป์ “พรีเมียร์ลีก” 2020/2021 หรือ ฤดูกาลล่าสุดนั่นเอง อีกทั้งพวกเขายังคว้ารองแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 2020/21 ด้วย …

เซาธ์เกต แนะลูกทีมแดนผู้ดี อย่ามั่นใจเกินเหตุ !!! ห้ามประมาทคู่แข่ง

เซาธ์เกต

แน่นอนเลยว่าทีมชาติอังกฤษ เป็นอีกหนึ่งทีมชาติที่มีนักเตะ superstar มากมายเข้าร่วมการแข่งขัน ทั้งยังมี แกเร็ธ เซาธ์เกต เป็นกุนซือทีมชาติอังกฤษ จึงทำให้ไม่ใช่เรื่องแปลก ที่จะมีอันดับในการเข้ารอบคัดเลือกฟุตบอลโลกได้อย่างสบายๆ เพราะฉะนั้นจึงทำให้นักเตะหลายคนมีความมั่นใจอย่างมาก ที่ทางทีมชาติของตนสามารถเข้าไปสู่ในรอบคัดเลือกได้อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นผู้จัดการทีมจึงมีการกล่าวเตือนสติให้กับลูกทีม ให้มีการเล่นที่มีการรัดกุมมากกว่าเดิม เพราะทุกๆทีมต่างก็มีนักเตะยอดฝีมือ จึงอาจจะทำให้เกิดความผิดพลาดได้ เพราะฉะนั้นการที่ประมาทคู่ต่อสู้ อาจจะทำให้พ่ายแพ้ได้อย่างง่ายๆ เพราะฉะนั้นในฐานะผู้จัดการทีมชาติ จึงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อย่างแน่นอน  แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือทีมชาติอังกฤษ ดาวกับลูกทีม การประมาทคู่แข่งอาจจะทำให้ทีมพ่ายแพ้ได้อย่างง่ายดาย เพราะฉะนั้นการประเมินค่าคู่แข่งให้สูงเข้าไว้ จะช่วยให้เรามีสมาธิในการเล่น และมีการระวังเกมบุกของคู่แข่งอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่ทางกุนซือทีมชาติอังกฤษ ได้พยายามบอกกับลูกทีม โดยมีคำพูดคร่าวๆดังนี้ “มันเป็นก้าวแรกที่สำคัญของทีมชาติอังกฤษ ที่ผ่านเข้าไปเล่น World Cup ถ้าเราเก็บชัยชนะที่ วอร์ชอร์ ได้ แรงจูงใจในเกมนี้จึงสูงมากๆ แต่เราก็อย่ารู้สึกว่าทีมพี่เรากำลังจะพบนั้น ด้อยกว่าทีมเรา การแข่งขันแย่งชิงตำแหน่งของกลุ่มนี้ก็ยังคงดุเดือดอยู่ เราไม่ควรพูดว่าเราจะเป็นแชมป์ในกลุ่มนี้แน่ๆ เกมที่โปแลนด์จะเจอกับความท้าทายที่แตกต่าง ออกไปจากเกมก่อนก่อน ดังนั้นเราจะพลาดไม่ได้” แกเร็ธ เซาธ์เกต กล่าว แน่นอนเลยว่าเป็นความคิดที่ดีสำหรับผู้จัดการทีม ที่ได้ออกมาเตือนสตินักเตะ เพราะเนื่องจากการเข้ามาถล่มฮังการีด้วยสกอร์ 4 ประตูต่อ 0 …

โรนัลโด้ โผล่สนามซ้อมวันแรก คุยกับโซลชา

โรนัลโด้

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าทีมชาติโปรตุเกส ได้เดินทางออกที่จากที่กักตัวเนื่องจากมาตรการของประเทศและได้เดินทางเข้าสู่สนามซ้อมเป็นที่แรก พร้อมทั้งเข้าไปคุยกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก่อนเตรียมพร้อมสำหรับเกมพบ นิวคาสเซิ่ล ในวันเสาร์นี้ โรนัลโด้ในวัย 36 ปี ได้เคยเล่นให้แมนฯยู ในช่วงระหว่างปี 2003-2009 ก่อนย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด และ ยูเวนตุส และได้กลับมาค้าแข้งที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เป็นรอบที่สอง ในช่วงเปิดตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้ โดยเขาได้กลับมาสวมเสื้อหมายเลข 7 เหมือนเดิม หลังจากที่ เอดินสัน คาวานี่ ดาวยิงทีมชาติอุรุกวัย ยอมสละให้แล้วตัวเองเปลี่ยนไปสวมหมายเลข 21 แทนซึ่งก็เป็นหมายเลขที่เขาใช้ตอนลงเล่นให้ทีมชาติอีกด้วย ซึ่งในการมาที่ แคร์ริงตัน ในวันแรกนั้น โรนัลโด้ก็ได้เข้าพบกับโซลชา กุนซือชาวนอร์วีเจี้ยน ที่ห้องทำงานของเขาเลยและได้ร่วมพูดคุยกันอย่างสนุกสนานหลังทั้งคู่ได้เคยเล่นร่วมกันมาก่อน จากนั้นก็ได้มีการแนะนำและทำความรู้จักกับนักเตะที่ลงซ้อมกับสโมสรเมื่อเย็นวันนั้น ทีมชาติโปรตุเกส ได้อนุมัติให้แข้งสตาร์ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ชาวโปรตุกีสคนนี้ เดินทางออกจากแคมป์เพื่อกลับประเทศอังกฤษได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว หลังจากเจ้าตัวติดแบนในเกมที่จะแข่งกับ อาเซอร์ไบจาน ในคืนวันอังคารนี้ และได้ผ่านการกักตัวครบกำหนดแล้ว รวมทั้งผลตรวจไม่ติดโควิด-19 …